ศึกษาฯยะลา เสริมพลังการศึกษาชายแดนใต้ เวที Best Practice หนุนสมรรถนะเด็กยะลา
10 กันยายน 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จัดกิจกรรมการติดตามและนำเสนอผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนายลิขิต ศรีวรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เป็นประธาน และมีนายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวพบปะผู้เข้าร่วม ณ โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
นายสมพงศ์ พละไชย กล่าวถึงบริบทและทิศทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลา ภายใต้บทบาทนำของกระทรวงศึกษาธิการและการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสาธารณสุข วัฒนธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บนฐาน “ต้นทุนเชิงพื้นที่” ที่เข้มแข็ง ได้แก่ “ยะลาเมืองการศึกษา” (Education Plus) “ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) และ “ยะลาเมืองกีฬา” (Sports City)
ในมิตินวัตกรรม จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่มีโรงเรียนนำร่อง 56 แห่ง โดยพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะสิ้นสุดในปี 2569 แต่ได้รับการขยายต่อในรูปพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้ความต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเลือกใช้หลักสูตรได้ 4 ประเภท ได้แก่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับเล็กน้อย) หลักสูตรปรับเพิ่มเติม หลักสูตรฐานสมรรถนะ และหลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. 2568/ช่วงชั้นที่ 1 ซึ่งล้วนมุ่งเน้นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ได้แก่ การจัดการตนเอง การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และความเป็นพลเมืองเข้มแข็ง
สำหรับประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดยะลามีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ 12,400 คน ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำผ่านโมเดลโรงเรียน 3 รูปแบบ การจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและแบบไฮบริด รวมถึงการเทียบโอนคุณวุฒิร่วมกับสำนักงาน สกร. ด้านการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย จากผลการประเมินสติปัญญาพบว่าค่าเฉลี่ย IQ ของเด็กต่ำกว่ามาตรฐานและมีแนวโน้มลดลง จึงถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วน ควบคู่กับการผลักดันกีฬาเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อพัฒนาสมรรถภาพและศักยภาพโดยรวมของผู้เรียน มุ่งสู่เป้าหมาย “ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม” ที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม
นายสมพงศ์ พละไชย กล่าวถึงบริบทและทิศทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลา ภายใต้บทบาทนำของกระทรวงศึกษาธิการและการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสาธารณสุข วัฒนธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บนฐาน “ต้นทุนเชิงพื้นที่” ที่เข้มแข็ง ได้แก่ “ยะลาเมืองการศึกษา” (Education Plus) “ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) และ “ยะลาเมืองกีฬา” (Sports City)
ในมิตินวัตกรรม จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่มีโรงเรียนนำร่อง 56 แห่ง โดยพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะสิ้นสุดในปี 2569 แต่ได้รับการขยายต่อในรูปพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้ความต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเลือกใช้หลักสูตรได้ 4 ประเภท ได้แก่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับเล็กน้อย) หลักสูตรปรับเพิ่มเติม หลักสูตรฐานสมรรถนะ และหลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. 2568/ช่วงชั้นที่ 1 ซึ่งล้วนมุ่งเน้นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ได้แก่ การจัดการตนเอง การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และความเป็นพลเมืองเข้มแข็ง
สำหรับประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดยะลามีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ 12,400 คน ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำผ่านโมเดลโรงเรียน 3 รูปแบบ การจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและแบบไฮบริด รวมถึงการเทียบโอนคุณวุฒิร่วมกับสำนักงาน สกร. ด้านการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย จากผลการประเมินสติปัญญาพบว่าค่าเฉลี่ย IQ ของเด็กต่ำกว่ามาตรฐานและมีแนวโน้มลดลง จึงถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วน ควบคู่กับการผลักดันกีฬาเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อพัฒนาสมรรถภาพและศักยภาพโดยรวมของผู้เรียน มุ่งสู่เป้าหมาย “ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม” ที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม